เกี่ยวกับบริษัท J&C









2555-2556 ตอกย้ำความกล้าแกร่งในทุกมิติ

ตลอดปี 2555 จวบจนย่างก้าวสู่ปี 2556 สำหรับ บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (J&C) นั้นเรียกได้ว่าเป็นการตอกย้ำถึงความกล้าแกร่งในทุกมิติ ซึ่งเห็นได้จากการไต่ระดับยอดขายในปี 2555 ที่เพิ่มขึ้นกว่า 2,400 ล้านบาท ในขณะที่ยอดสมาชิกนักธุรกิจใหม่ก็มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% โดยคิดเฉลี่ยเพิ่มขึ้นต่อเดือนสูงกว่า 13,000 คน เมื่อเทียบกับปี 2554 ที่มีตัวเลขเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเดือนละ 8,000-9,000 คน โดยเฉพาะในช่วงท้ายๆของปี 2555 ก็จะยิ่งได้เห็นอัตราการขยายตัวของสมาชิก นักธุรกิจใหม่ จอย แอนด์ คอยน์(J&C) ที่ดีดตัวสูงขึ้นไปถึง 15,000 คนต่อเดือน หรือหากคิดยอดสมาชิกใหม่รวมตลอดทั้งปีก็น่าจะมากกว่า 200,000 คนเลยทีเดียว เช่นเดียวกับความคืบหน้าในการเตรียมความพร้อมของ จอย แอนด คอยน์ (J&C) เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) นั้นก็ได้คุณมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทหลักทรัพย์ เมย์ แบงก์ กิมเอง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เข้ามาเป็นที่ปรึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมอย่างเป็นรูปธรรมควบคู่ไปกับการดำเนินการทุกอย่างให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนดไว้ อย่างเช่น ในเบื้องต้นที่บริษัทได้เพิ่มในส่วนของทุนจดทะเบียนบริษัทจาก 150 ล้านบาทในปี 2555 และคาดว่าในปี 2556 นี้จะเพิ่มทุนจดทะเบียนรวมเป็น 250 ล้านบาท นอกจากนี้ ดร.สมชาย หัชลีฬหา ยังวางเป้าหมายในการเพิ่มทุนจดทะเบียนโดยรวมก่อนเข้าตลาดทุนให้ได้ในระดับ 400-500 ล้านบาท ซึ่งนั่นหมายถึงการมีเป้าหมายในตลาดใหญ่อันจะนำไปสู่ภาพลักษณ์ความมั่นคงทางธุรกิจที่มากยิ่งขึ้น และนอกเหนือจากภาพความสำเร็จทั้งหมดของ จอย แอนด์ คอยน์ (J&C) ที่ได้ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนแล้ว ด้วยความรู้ความสามารถที่เหลือล้นของ “ดร.สมชาย หัชลีฬหา” ที่มีส่วนร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมขายตรงไทยให้ก้าวล้ำนำหน้ามาโดยตลอดภายใต้ความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอแนวคิดแนวทางสู่การวางรากฐานความแข็งแกร่งให้เกิดขึ้นกับทั้งอุตสาหกรรม ดดยมีรางวัลการันตรีถึงความเป็นนักบริหารแถวหน้าของ “ดร.สมชาย หัชลีฬหา” ผุ้เป็นหัวเรือใหญ่ซึ่งเป็นที่ยอมรับทั้งจากภายในภายนอกวงการ อาทิ การได้รับรางวัล “บุคคลคุณภาพแห่งปี” ติดต่อกัน 3 ปีซ้อน จากมูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (มสวท.) ประกอบไปด้วย รางวัลบุคคลคุณภาพแห่งปี 2010 รางวัลบุคคลคุณภาพแห่งปี 2011 ภาคธุรกิจพาณิชย์ และรางวัลบุคคลตัวอย่างภาคธุรกิจของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ ที่ได้รับไปเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2555 โดยมี ฯพณฯ อำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี เป็นประธานในการมอบรางวัลดังกล่าว ณ ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ รวมถึงการที่สมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย(สว.นท.) และสมาชิกสื่อมวลชนเครือข่ายองค์กรสมาคมชมรมทั่วประเทศได้คัดเลือกให้ ดร.สมชาย หัชลีฬหา เข้ารับรางวัลบุคคลแบบอย่าง “คนดี คิดดี สังคมดี ตามรอย พระยุคลบาท” ประจำปี 2556 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ประจำปี 2556 เมื่อวัน จันทร์ ที่ 28 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา ณ หอประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ถนนวิถาวดีรังสิต กรุงเทพฯ

2554-ก้าวปัจจุบันของผู้นำแถวหน้าขายตรงไทยสู่ก้าวอนาคตกับความเป็น “บริษัทมหาชน” ในตลาดทุน

ภาพความมั่นคงและยั่งยืนของ บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (J&C) นับจากอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ก็คงปรากฏให้เห็นความเด่นชัดมากขึ้นทุกปี รวมถึงในปี 2554 ซึ่งถือเป็นปีแห่งการ เตรียมความพร้อมสู่อนาคตในอีก 3 ปีข้างหน้ากับการขับเคลื่อนบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอไอ (MAI) เป็น “บริษัทมหาชน” ให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ในขณะที่หลักเกณฑ์เบื้องต้นสำหรับการพิจารณานำบริษํทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯดังกล่าวจะต้องมีทุนมากกว่า 300 ล้านบาทรวมทั้งต้องมีกำไรแต่ล่ะปีไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท และมียอดขายโดยรวมมากกว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งทั้งหมดนี้สอดรับกับความสำเร็จของ จอย แอนด์ คอยน์ (J&C) ที่จะขยับก้าวไปถึง ณ จุดนั้นได้โดยไม่ยาก ทั้งดูได้จากยอดขายโดยรวมที่ยังคงไต่ระดับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะในปี 2554 นี้น่าจะปรากฏตัวเลขยอดขายโดยรวมมากกว่า 2,000 ล้านบาทอีกด้วยเช่นกัน ควบคู่ไปกับการปูรากฐานความแข็งแกร่งและความพรั่งพร้อมไว้รองรับอย่างมกมาย โดยเฉพาะการซื้อที่ดินแปลงล่ะไม่ต่ำกว่า 2 ไร่สำหรับขยายสาขาในจังหวัดต่างๆ อาทิเช่น ขอนแก่น, พิษณุโลก, หาดใหญ่, ตรัง, นครศรีธรรมราช, อุดรธานี และปัตตานี เป็นต้น เพื่อพัฒนาให้ธุรกิจมีความทันสมัยและใหญ่กว่าเดิมโดยบริษัทจะเป็นผู้ลงทุนทั้งหมดด้วยงบลงทุนต่อสาขาในแต่ล่ะจังหวัดไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาทเลยทีเดียว และที่สำคัญกว่านั้นคือ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของผู้องการณ์ไกลอย่าง “ดร.สมชาย หัชลีฬหา” ที่มีเป้าหมายชัดเจนในการผลักดันธุรกิจให้ก้าวไปสู่ความเป็น “ห้างขายตรง” มาโดยตลอด ภายใต้แนวทางการพัฒนาธุรกิจโดยรอบอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาระบบเทคโนโลยีที่เหนือชั้น และเหนือกว่าห้างสรรพสินค้าทั่วไป เพราะนอจากลูกค้าผู้บริโภคจะสามารถเข้ามาซื้อผลิตภัณฑ์สินค้ามากมายไปอุปโภคบริโภคได้แล้วยังสามารถเปลี่ยนรายจ่ายให้มาเป็นรายรับ รวมทั้งมีผลตอบแทนให้กับผู้แนะนำคนอื่นให้ได้รับโอกาสเข้ามาสู่ระบบเครือข่ายอีกด้วย นอกจากนี้ยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้ามากมายมากกว่า 10,000 รายการ และการมีระบบบริหารจัดการภายในขึ้นมารองรับให้กับพนักงาน บุคลากรทั้งองค์กรได้พัฒนาศักยภาพความรู้ด้วยการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องตลอด 10 ปีที่ผ่านมาและตลอดไป รวมไปจนถึงการพัฒนารูปแบใหม่ทางการตลาดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ โดยการนำเอา “จอยมาร์ท (JOINMART)” และ “จอย แอนด์ คอยน์ (J&C)” มาผสมผสานทั้งเฮ้าส์แบรนด์และผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคมารวมกัน ก่อนขยับก้าวต่อไปสู่การเป็น “ซุปเปอร์สโตร์” อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมกับการพัฒนาการสร้างองค์กรอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อก้าวไปสู่ความเป็น “บริษัทมหาชน” ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญของ “จอย แอนด์ คอยน์ (J&C)” ที่ไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน

2553-บทพิสูจน์ที่ยังคงก้าวทะยานบนเส้นทาง “ผู้สร้างอาชีพที่มั่นคง”

เช่นเดียวกับความสำเร็จในปี 2553 ของ บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (J&C) ซึ่งยังคงได้รับการการันตีในฐานะ “ผู้สร้างอาชีพที่มั่นคง” อีกหนึ่งรางวัลที่ได้รับจาก ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรีและชมรมผู้สื่อข่าว นับรวมถึงภาพความสำเร็จที่ต่อเนื่องจากปี 2552 จากการขยับขยายการลงทุนสู่ต่างประเทศ ด้วยการปรับธงรบตลาดขายตรงที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งว่ากันว่าเป็นการขยายตลาดต่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบของขายตรงสัญชาติไทย เพราะมาเลเซียเป็นประเทศที่มีศักยภาพในธุรกิจขายตรง และเพื่อรองรับการเติบโตอีกหนึ่งก้าวกระโดดของ จอย แอนด์ คอยน์ (J&C) ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และรวมไปถึงการเตรียมเปิดสาขาต่างประเทศเพิ่มอีก 3 แห่ง ได้แก่ กัมพูชา เวียดนาม และจีน เป็นเป้าหมายต่อไป อย่างไรก็ดีเป้าหมายในการรุกคืบตลาดทั้ง 3 ประเทศที่กล่าวมานี้ถือเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจค่อนข้างสูงโดยเฉพาะตลาดที่ประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่แต่มีข้อจำกัดในเรื่องข้อห้ามทางกฏหมายว่าด้วยการประชุมหรือชุมนุมกันไม่ได้ดังนั้นรูปแบบในการขยายตลาดจึงจะเป็นการขยายในรูปแบบของ อี คอมเมิร์ส เป็นลักษณะร่วมทุน (Joint Venture) ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างการหาพาร์ทเนอร์มาร่วมธุรกิจในอีกสเต็ปหนึ่งต่อไป นอกจากนี้ “จอย แอนด์ คอยน์ (J&C)” ยังเป็นหัวเรือใหญ่ในการผลึกกำลังความร่วมมือกับบริษัทขายตรงเพื่อร่วมกันจัดตั้ง “สมาคมพัฒนาการขายตรงไทย (TSDA)” ขึ้นมา และถือเป็นหนึ่งในสมาคมฯที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมขายตรงไทย ซึ่งวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสมาคมฯเพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาขายตรงของไทยให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคและภาครัฐ ส่งเสริมและสนับสนุนสมาชิกดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส และเพื่อปกป้องสิทธิ์ของบริษัทสมาชิกกรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมทั้งทางด้านกฏหมายและอื่นๆ

2552-ปีแห่งรีแบรนด์ดิ้งครั้งใหญ่จุดกำเนิด “จอย แอนด์ คอยน์”

เป็นอีกหนึ่งปีของ บริษัท เจริญโอสถ อินเตอร์เนชั่นแนล เน็ทเวิร์ค จำกัด ที่ต้องจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ จากการรีแบรนด์ดิ้งครั้งใหญ่พร้อมกับจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็น “บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ J&C” เพื่อให้บริษัทและสินค้ามีความเป็น “อินเตอร์แบรนด์” มากขึ้นรวมถึงการสรรสร้างแบรนด์ใหม่ J&C ให้เป็นเหมือนการเชื่อมโยงระหว่างค้าปลีก ค้าส่ง ขายตรงและอี-คอมเมิร์ซ ที่หลอมรวมเป็นหนึงเดียวกันได้อย่างลงตัว และเพื่อเป็นการยกระดับแบรนด์ให้ก้าวไปสู่ความเป็นสากลมากยิ่งขึ้นอีกด้วย สำหรับที่มาของชื่อบริษัทใหม่ในนาม บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (J&C) นั้นมาจากการผสมผสานระหว่าคำว่า จอย ซึ่งหมายถึง “จอยมาร์ท” และคำว่า คอยน์ ก็หมายถึง เจริญโอสถฯ นั่นเอง เช่นเดียวกับกลยุทธ์ของ เจริญโอสถฯในนามใหม่ “จอย แอนด์ คอยน์” ตลอดปี 2552 ก็ยังคงให้น้ำหนักกับการสร้างความน่าเชื่อถือในความมั่งคงให้เป็นที่ปรากฏต่อสายตาทุกคน รวมถึงการต่อยอดความสำเร็จจากสิ่งที่บริษัทได้ดำเนินการมาควบคู่ไปกับการนำเสนอสิ่งใหม่ๆที่จะดำเนินการต่อไปในอนาคตได้อย่างน่าชื่อขม เพราะไม่เพียงแต่จะพยายามสรรหาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีความแตกต่างเข้ามาเพิ่มและสร้างความโดดเด่นให้กับผลิตภัณฑ์ให้มากขึ้นแล้วยัจะนำเสนอกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพของบริษัทให้เห็นควบคู่กันไปด้วย โดยเฉพาะการขยายสาขาร้านขายตรงสะดวกซื้อ (JOINMART) จากปัจจุบันที่มีอยู่มากกว่า 30 แห่งทั่วประเทศรวมถึงการพัฒนาปรับปรุงสาขาของเจริญโอสถฯให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และจากการพัฒนาตัวเองที่มีให้เห็นตลอดเส้นทางในทุกอย่างก้าวนี้เองจึงทำให้บริษัทได้รับรางวัล “นวัตกรรมการตลาด ขายตรงแนวใหม่ ขายตรงสะดวกซื้อ (JOINMART) รายแรกของไทย” จาก ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรี และสมาคมช่างภาพสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย อย่างสมภาคภูมิ

2551-ครบรอบปีที่ 6 กับก้าวทะยานของห้างขายตรงสะดวกซื้อ

เพราะด้วยภาพความเป็นธุรกิจขายตรงไบนารี่ที่มักถูกมอง “เชิงลบ” มาตลอดโดยเฉพาะเรื่องความไม่มั่นคงและไม่มีการพัฒนาเมื่เทียบกับธุรกิจขายตรงในระบบสแตร์สเต็ปโดยทั่วไป ซึ่งจากจุดนี้เองจึงเป็นเสมือนแรงผลักดันสำคัญให้ เจริญโอสถไม่หยุดนิ่งกับการพัฒนาและคิดค้นหาสิ่งใหม่เข้าสู่องค์กรเพื่อให้สมาชิกได้เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเป็นการสร้างภาพใหม่มุมมองใหม่ให้เกิดภาพพจน์ที่ดีกับธุรกิจขายตรงไบนารี่เมืองไทยมาโดยตลอด โดยเฉพาะในปี 2551 ซึ่งเป็นปีที่ บริษัท เจริญโอสถ อินเตอร์เนชั่นแนล เน็ทเวิร์ค ครบรอบปีที่ 6 กับการก้าวทะยานสู่ความสำเร็จอย่างมั่นคงพร้อมกับความสมบูรณ์ที่พร้อมให้บริการสำหรับ “MLM Convenient Store ห้างขายตรงสะดวกซื้อ” อย่างเป็นทางการ ภายใต้แบรนด์ “จอยมาร์ท (JOINMART)” ที่เข้ามาช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจเครือข่ายให้เติบโตได้อีกทางหนึ่งในลักษณะการสนับสนุนซึ่งกันและกัน ทำให้ต้นทุนต่ำลงและสามารถจ่ายคอมมิชชั่นได้มากขึ้นอีกทั้งยังได้ผนึกกำลังกับบริษัทประกันภัยและประกันชีวิตชั้นนำมากกว่า 10 บริษัทเพื่อเพิ่มช่องทางให้สมาชิก และนำระบบ M-pay มาใช้กับระบบเครือข่ายโดยร่วมกับเอไอเอส และเพิ่มสาขา “จอยมาร์ท (JOINMART)” อีกเป็นจำนวนกว่า 38 แห่งเพื่อเพิ่มศักยภาพและความมั่นใจกับผู้บริโภคตลอดจนสมาชิกได้เป็นอย่างดี ในขณะเดียวกับรูปธรรมที่ปรากฏออกสู่สายตาสาธารณชนก็เริ่มทยอยมีให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนั่นเป็นเพราะความพรั่งพร้อมในทุกๆด้านของ MLM Convenient Store ห้างขายตรงสะดวกซื้อ “จอยมาร์ท (JOINMART)” ที่ได้ตระเตรียมไว้อย่างครบเครื่อง ทั้งความแข็งแกร่งในการสร้างแบรนด์, การมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย, การมีแผนการตลาดที่เหนือชั้น และการมีระบบต่างๆไว้รองรับอย่างสมบูรณ์แบบเพื่อให้ทุกผลิตภัณฑ์ทุกบริการสามารถซื้อขายผ่านระบบได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นระบบอี-คอมเมิร์ซ, ระบบออนไลน์ รวมไปจนถึงการมีสาขาและมีกระบวนการพัฒนาฝึกพนักงานให้ทำงานตามแบบฉบับของร้านขายตรงสะดวกซื้อได้อย่างแท้จริง อย่างไรก็ดีหากนับรวมตลอดช่วง 6 ปีของเจริญโอสถฯ ที่ได้ซุ่มสร้างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นช่วงเริ่มต้นในการออกแบบแผนการตลาดก็เริ่มจากการใช้แผนสร้างคน จากนั้นจึงมาพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่องรวมถึงการสรรหาสินค้าเข้ามาให้เกิดความหลากหลายและครบทุกหมวดหมู่สินค้าหลักของขายตรง ตามด้วยการสร้างสาขาเพื่อรองรับควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านไอที ซึ่งเห็นได้จากสาขาของ “จอยมาร์ท (JOINMART)” ที่สามารถออนไลน์ได้ทุกสาขานั้นเป็นเพราะการกำหนดตัวเองตามแนวทางที่วางไว้ในการเป็นขายตรงสะดวกซื้อ ซึ่งต้องเป็นความสะดวกที่ลูกค้าจะซื้ออะไรก็ได้ ณ ที่ไหนก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ก็สามารถออนไลน์ถึงกันได้หมด และทั้งหมดนี้คือ ภาพความไม่ธรรมดาของ MLM Convenient Store ห้างขายตรงสะดวกซื้อ “จอยมาร์ท (JOINMART)” ที่แตกต่างจากที่อื่นอย่างสิ้นเชิง

2550-ตอกย้ำความเหนือชั้นที่กล้าแกร่งผนึกพลังความร่วมมือพันธมิตรธุรกิจชั้นนำ>

แม้ภาพความสำเร็จของเหล่าบรรดาสมาชิกจะยังคงถูกฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ “บริษัท เจริญโอสถ อินเตอร์เนชั่นแนล เน็ทเวิร์ค จำกัด” ก็ไม่ได้หยุดนิ่งที่พัฒนาองค์กรเพื่อให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทได้นำระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาปรับใช้อย่างเป็นระบบไม่ว่าจะเป็น E-Business ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์เพื่อขยายธุรกิจให้เป็นวงกว้างมากขึ้น การนำระบบ E-Business (อี-บิสซิเนส) มาต่อยอดในการทำธุรกิจ “เจริญโอสถ อินเตอร์เนชั่นแนล เน็ทเวิร์ค” ถือเป็นบริษัทขายตรงรายแรกๆ ของวงการขายตรงเมืองไทย ซึ่งนอกจากจะเป็นผลดีในการทำธุรกิจแล้ว ยังช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้กับสมาชิก เพราะเมื่อสั่งซื้อสินค้าแล้วสามารถเลือกที่จะไปรับสินค้าที่ใดก็ได้ด้วย นอกจากนี้จากวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกลของ “ดร.สมชาย” ที่ต้องการจะเพิ่มช่องทางในการทำตลาดให้กว้างขึ้น บริษัทยังได้จับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจไม่ว่าจะเป็น บริษัท ไอ.ซี.ซี อินเตอร์ เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัทในเครือสหพัฒน์กรุ๊ป และบริษัท ยูสตาร์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อนำสินค้าที่ดีมีคุณภาพกว่า 1,000 รายการเข้ามาจำหน่ายผ่านช่องทางต่างๆ ของบริษัท ยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจของสมาชิกได้อีกทาง

2549-ยุคทอง “เจริญโอสถ” ยกระดับขายตรงอินเตอร์

หลังจากปูฐานความสำเร็จจนก้าวเข้าสู่ยุคทองของ “บริษัท เจริญโอสถ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด” ขายตรงสัญชาติไทย จนก้าวขึ้นมาผงาดในวงการขายตรงเมืองไทย และพร้อมจะเปลี่ยนผ่านเพื่อก้าวไปสู่บริษัทขายตรงระดับดินเตอร์ และบริษัทพร้อมแล้วกับการแข่งขันในตลาดระดับสากล โดยเปลี่ยนชื่อและเปลี่ยนโลโก้ใหม่ภายใต้ชื่อ “บริษัท เจริญโอสถ อินเตอร์เนชั่นแนล เน็ทเวิร์ค จำกัด” ซึ่งการปรับเปลี่ยนภาพ ลักษณ์ในครั้งนี้ ถือเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อแข่งขันกับบริษัทขายตรงข้ามชาติจากทุกประเทศ ไม่เพียงเท่านี้บริษัทยังคงมุ่งมั่นที่พัฒนาการตลาดแบบไม่หยุดยั้ง ด้วยการลงทุนอย่างต่อเนื่องทั้งการขยายสาขาธุรกิจเพื่อรองรับกับจำนวนสมาชิกที่เข้ามา และสร้างความมั่นคงของบริษัทโดยบริษัทยังคงคอนเซ็ปต์เปลี่ยนทุกรายจ่ายให้กลับมาเป็นรายรับของสมาชิก ขณะเดียวกันบริษัทยงัคงมุ่งมั่นที่จะสร้างพันธมิตรทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างรายได้ให้กับคนไทยต่อไป

2548-จุดเริ่มต้น “จอยมาร์ท” New Solution สำหรับ MLM

เรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่น่าทึ่ง!!! อีกเช่นกันกับก้าวแห่งการพัฒนาที่ก้าวกระโดดขึ้นไปอีกระดับหนึ่งของ บริษัท เจริญโอสถ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จากการพัฒนาการตลาดและขยายธุรกิจเพื่อสร้างีรายได้ให้กับคนไทย โดยก่อตั้ง “บริษัท จอยมาร์ท จำกัด” ขึ้นมารองรับภายใต้ร้านสะดวกซื้อ “จอยมาร์ท (JOINMART)” ซึ่งแม้ไม่ใช่เรื่องง่ายดายที่จะทำให้คนเข้าใจหรือยอมรับได้โดยทันที โดยเฉพาะความเป็นโมเดลใหม่ของธุรกิจขายตรงสะดวกซื้อ “จอยมาร์ท (JOINMART)” ที่เกิดขึ้นท่ามกลางข้อสงสัยในความเป็นไปได้ว่าจะสามารถเป็นไปได้จริงมากน้อยเพียงใด เนื่องจากเป็นภาพที่แตกต่างจากการขายตรงในยุคนั้นอย่างสิ้นเชิง แต่อย่างไรก็ดีด้วยกระบวนการทำงานที่มี บิสซิเนส โมเดล (Business Model) วางไว้อย่างเป็นขั้นตอน และแต่ละตอนก็มีเรื่องราวของการวิจัยเข้ามาซับพอร์ตจึงทำให้ทุกอย่างเริ่มปรากฏผลลัพธ์แห่งความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมและชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ และหนึ่งในเคล็ดลับความสำเร็จของขายตรงสะดวกซื้อ “จอยมาร์ท (JOINMART)” นั่นก็คือ รูปแบบการทำตลาด(Marketing Approach) ที่เน้นการนำเสนอในสิ่งที่ลูกค้าปฏิเสธไม่ได้ หรืออาจกล่าวได้ว่า ขายอะไรก็ได้ที่ลูกค้าต้องการเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะอย่างไรทั้งหมดนี้สามารถเรียกได้ว่าเป็น “New Solutions สำหรับ MLM” โดยเฉพาะคำว่า Solutions ในวันนี้ไม่ได้มีเฉพาะเรื่องของสินค้า, ความพร้อมของผู้จำหน่ายอิสระ, ความพร้อมของผู้ประกอบการ หรือมีเพียงแผนการตลาดที่ดีเท่านั้น เพราะ Solutions ที่ว่านี้จะเติมเต็มให้ธุรกิจขับเคลื่อนไปได้จำเป็นต้องค้นหาให้เจอด้วยว่า ลูกค้าต้องการอะไร และ Solutions ที่ดีที่สุดก็คือ การมีสิ่งที่บลูกค้าต้องการและไม่ปฏิเสธ ซึ่งตรงนี้นี่เองที่ถือเป็นความเชื่อมั่นในการผลักดันให้ธุรกิจโตแบบยั่งยืน หรือที่เรียกว่า Sustainable Growth ได้ในที่สุด

2546-2547 ก้าวแห่งการพัฒนาที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

ถือเป็นก้าวแห่งการพัฒนาที่ไม่เคยหยุดนิ่งสำหรับ บริษัท เจริญโอสถ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยเฉพาะการสร้างสีสันใหม่ๆด้วยสไตล์การทำตลาดที่เต็มที่ไปด้วยลูกเล่นแพรวพราว ทำให้สามารถเรียกความสนใจและแย่งชิงพื้นที่บนหน้าหนังสือพิมพ์ได้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งในส่วนของการส่งเสริมการตลาดควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมต่างๆมากมาย เช่น การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน, การจัดงานประกาศเกียรติคุณ MDP การจัดพิธีอุปสมบทหมู่ในวันแม่แห่งชาติและวันพ่อแห่งชาติ, การจัดรายการโทรทัศน์ “รักขาย รักษ์สุขภาพ” การจัดสัมนาต่างประเทศ และอื่นๆ เพื่อเป็นการพัฒนาองค์กรของบริษัทฯอย่างต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงปี 2547 ที่ บริษัท เจริญโอสถ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้ผสานความร่วมมือรวมพลังขยายธุรกิจโดยการจัดสัมนาชมรมนักธุรกิจขายตรงไทยซึ่งมี “ดร.สมชาย หัชลีฬหา” นั่งแท่นเป็นประธานชมรมฯ ตลอดจนการจัดโครงการร่วมกับ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ในชื่อโครงการ “เติมบางจากทั่วไทย เติมรายได้กับบริษัทเจริญโอสถ” เป็นต้น นอกเหนือจากแนวทางการพัฒนาทางการตลาดที่กล่าวมาทั้งหมด อีกสิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้จากผู้เป็นมันสมองชั้นเลิศ อย่าง “ดร.สมชาย หัชลีฬหา” นั้นก็คือ การให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดกับการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการเป็นนกน้อยที่ทำรังแต่พอตัว ค่อยๆทำ ค่อยๆสร้าง และพยายามสร้างการรับรู้ให้เกิดขึ้นเพื่อฉายภาพความมั่นคงของบริษัทฯให้สมาชิกรวมถึงทุกคนได้เห็นได้เชื่อมั่นในการก้าวเข้ามาร่วมธุรกิจกับเจริญโอสถฯ และดูเหมือนว่าทุกอย่างก็เป็นไปในทิศทางที่ดีดั่งว่าไว้จริงๆเมื่อ บริษัท เจริญโอสถ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้รับเลือกเป็นองค์กรดีเด่นที่สนับสนุนให้มีเครือข่ายธุรกิจสร้างรายได้ และเครือข่ายการสร้างคนดี พร้อมกับได้รับรางวัลพระราชทาน “รางวัล เทพทอง” ประจำปี 2546 จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งนอกจากจะเป็นรางวัลสูงสุดที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับทั้งองค์กรอย่างเหนือคำบรรยายแล้วยังเสมือนเป็นเครื่องการันตีความสำเร็จในช่วงปิดท้ายปี 2547 ได้อย่างงดงาม

2545-สู่ก้าวใหม่ขายตรงโอกาสและความสำเร็จที่ยั่งยืน

จากก้าวแรกสู่ก้าวที่สองในปี 2545(วันที่ 9 มีนาคม 2545) ที่ถือเป็นก้าวสำคัญก้าวใหม่ของ “บริษัท เจริญโอสถ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด” กับการเริ่มต้นเข้าสู่ธุรกิจในระบบเครือข่ายขายตรงของประเทศไทยในฐานะ ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ยาน้ำสมุนไพร “โหย่งเหิง” พร้อมๆกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ต่างๆมากมายผ่านทางสื่อโทรทัศน์ สื่อทางวิทยุและงานแสดงสินค้าต่างๆ อย่างเป็นทางการและเต็มรูปแบบ และแม้ ณ ช่วงเวลานั้นชื่อของ บริษัท เจริญโอสถ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จะปรากฏขึ้นท่ามกลางคู่แข่งคู่ต่อกรโดยเฉพาะ “ค่ายบิ๊กเนม” ระดับอินเตอร์ที่มีอยู่มากหน้าหลายตาก็ตาม แต่ด้วยกลยุทธและยุทธวิธีที่สามารถครองใจลูกค้าทั้งผ็บริโภครวมถึงผู้นำสมาชิกของ เจริญโอสถฯ ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดก็ได้สร้างความสำคัญให้ “ผู้มาใหม่” อย่าง “เจริญโอสถ” กลับกลายเป็น “ผู้เล่นหลัก” ที่มีบทบาทสำคัญต่อธุรกิจนี้ได้อย่างน่าจับตามอง สอดรับกับแนวทางการพัฒนาที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งในปีเดียวกันนี้ คือ การขยายสาขาของบริษัทฯ ในจังหวัดต่างๆกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ เพื่อรองรับและฝึกอบรมการทำงานให้กับสมาชิกไว้อย่างพรั่งพร้อม และจากจุดนี้เองจึงถือเป็นช่องทางในการไขว่คว้าโอกาสและความสำเร็จของผู้คนที่เลิศล้ำที่สุด

2543-ปฐมบท “เจริญโอสถฯ” บนเส้นทางที่ไม่เป็นสองรองใคร

ในต้นปี 2543 ปีแห่งการถือกำเนิดของ “บริษัท เจริญโอสถ จำกัด” ในฐานะผู้ผลิตยาน้ำสมุนไพร “โหย่งเหิง” ด้วยจุดมุ่งหมายสำคัญในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์คุณภาพเพื่อสุขภาพสู่ผู้บริโภคและแม้วันนี้จะผ่านกาลเวลามานานกว่าหนึ่งทศวรรษแล้วแต่ความนิยมของผลิตภัณฑ์ยาน้ำสมุนไพร “โหย่งเหิง” ก็ยังคงไม่เสื่อมคลาย โดยน้ำยาสมุนไพร “โหย่งเหิง” มีต้นกำเนิดมาจากตำรับยาจีนโบราณของหมอยาจีนผู้หนึ่งในสมัยราชวงศ์ฮั่น ผู้ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของ “เตียตังเก้ง” หมอยาจีนที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น และเป็นผู้แต่งตำรับยา “ตงก๊กเอียไชฮัก” ซึ่งถือเป็นตำรับยาเก่าแก่อันสูงส่งของจีน จากตำรับยาจีนโบราณ ในทางเดียวกันสูตรยานี้ยังได้รับการปรับปรุงและพัฒนาขึ้นจนกลายเป็นตำรับยาใหม่ พร้อมๆกับได้รับการยอมรับว่าเป็นตำรับยาอายุวัฒนะที่ยอดเยี่ยมในสมัยนั้น เมื่อคนรุ่นลูกรุ่นหลานนำเอาสูตรยานี้มาปรุงดื่มกันต่อเรื่อยๆ จนทำให้สุขภาพดี แข็งแรง และอายุยืน สรรพคุณของยานี้จึงเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางและแพร่หลายมากขึ้น จากนั้นสูตรยาดังกล่าวก็ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น และหนึ่งในผู้ที่ได้รับการตกทอดสูตรยาดังกล่าวในประเทศไทย คือ “บริษัท เจริญโอสถ จำกัด” ภายใต้การบริหารงานของ “ดร.สมชาย หัชลีฬหา” ประธานกรรมการบริษัทฯ ซึ่งรู้แจ้งเห็นจริงถึงสรรพคุณอันอเนกอนันต์ของสูตรยาจีนดังกล่าวนี้ จึงเกิดแรงบันดาลใจที่อยากจะเผยแพร่สูตรยาจีนอย่างจริงจังด้วยความมุ่งมาดปรารถนาให้ผู้อื่นได้มีสุขภาพที่ดีโดยทั่วกัน โดยเอาสูตรยาเก่าแก่นี้มาปรุงขึ้นใหม่ภายใต้กรรมวิธีที่สะอาดและถูกต้องตามมาตรฐานการผลิต ที่คณะกรรมการอาหารและยากระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดไว้ จนในที่สุด ยาน้ำสมุนไพร “โหยงเหิง” จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นยาแผนโบราณ เลขทะเบียนยา ที่ G244/43 และที่สำคัญกว่านั้นยังมีโรงงานผลิตที่มีมาตรฐานระดับสากลเป็นของตนเองอีกด้วย